การให้ อาหารสายยาง ให้อาหาร

การให้ อาหารสายยาง ให้อาหาร เป็นวิธีการให้อาหารเมื่อมีความจำเป็นที่ผู้สูงอายุไม่สามารถรับประทานเองได้ หรือไม่เพียงพอ หลายคนนั้นไม่สามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ เนื่องจากภาวะความเจ็บป่วย การผ่าตัด หรือการได้รับบาดเจ็บ ผู้สูงอายุไม่สามารถเคี้ยวหรือกลืนอาหารได้ จึงมีความจำเป็นที่ต้องหาวิธีที่ทำให้ผู้สูงอายุได้รับอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ โดยสายยางให้อาหารนี้เป็นช่องทางที่ทำให้อาหารผ่านเข้าไปในระบบทางเดินอาหาร เข้าสู่กระเพาะอาหาร ซึ่งชนิดของการให้อาหารทางสายนั้นแบ่งเป็น

1. สายให้อาหารทางจมูก (A Nasogastric (NG) tube) เป็นการใส่สายผ่านทางจมูกและหลอดอาหารเข้าไปสู่กระเพาะอาหาร โดยแพทย์และพยาบาลวิชาชีพ เป็นผู้ที่ใส่สายให้อาหารเอง ซึ่งควรมีการดูแลเปลี่ยนปลาสเตอร์ที่ติดจมูกทุกวัน เพื่อเป็นการสังเกตรอยกดระหว่างสายยางกับจมูก หากมีความผิดปกติควรรีบรายงานพยาบาลทันทีเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งของสายยาง

2. สายให้อาหารทางหน้าท้อง (A Gastrostomy tube) เป็นการใส่สายเข้าไปยังกระเพาะอาหาร โดยการผ่าตัดเปิดช่องทางเพื่อให้สายลงไปในกระเพาะอาหาร โดยบริเวณส่วนของผิวหนังบริเวณหน้าท้องกับตำแหน่งของช่องเปิดใส่สายต้องมีการทำความสะอาดทุกวัน

ผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการให้อาหารทางสายให้อาหาร อาจมีความจำเป็นต้องใส่เป็นระยะเวลานานจนกว่าอาการจะคงที่ หรือดีขึ้น ดังนั้นเมื่อแพทย์พิจารณาให้กลับบ้านจึงคงต้องมีสายให้อาหารไปต่อที่บ้าน ผู้ดูแลจึงต้องเรียนรู้วิธีการให้อาหารทางสายให้อาหารและวิธีการเตรียมอาหารเหลว

การให้อาหารทางสายยางทางจมูก

วัตถุประสงค์

เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารและสารน้ำอย่างเพียงพอ ในกรณีที่ไม่สามารถรับอาหารทางปากได้
เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีปัญหาบกพร่องในการเคี้ยวและการกลืนได้รับสารน้ำและสารอาหารที่เพียงพอ

อุปกรณ์

Syringe 50 ซีซี สำหรับให้อาหาร
อาหารปั่นผสมหรืออาหารทดแทนทางการแพทย์
ชามรูปไต
เหยือกน้ำสะอาด
ยาและแก้วยา (กรณีถ้ามียา)

วิธีปฏิบัติ

เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อมไปยังเตียงผู้สูงอายุ
แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบก่อนการให้อาหารทางสายยาง
จัดท่าให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่าศีรษะสูงอย่างน้อย 45-60 องศา หรืออยู่ในท่านั่ง ก่อนการให้อาหารทางสายยางควรดูดเสมหะผู้สูงอายุก่อนเสมอในกรณีผู้สูงอายุไม่รู้สึกตัว หรือมีเสมหะจำนวนมาก
ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
ตรวจดูชนิด ปริมาณของอาหาร ให้ตรงตามแผนการดูแลก่อนเสมอ
ตรวจสอบดูว่าสายให้อาหารทางสายยางยังอยู่ในกระเพาะอาหารหรือไม่ ดังนี้
6.1 ตรวจดูว่าสายยางเลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งเดิมหรือไม่ ถ้ามีการเลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งเดิมให้รีบรายงานพยาบาลทันที
6.2 ตรวจสอบดูว่ามีอาหารหรือน้ำย่อยอยู่หรือไม่ ถ้ามีอาหารหรือน้ำย่อยเหลืออยู่แสดงว่าสายยางยังอยู่ในกระเพาะอาหาร โดยการใช้ syringe ดึงอาหารในกระเพาะออกมา ถ้าไม่มีอาหารหรือน้ำย่อยให้ทำการทดสอบขั้นตอนต่อไป
6.3 ใช้ syringe ดูดลมเข้าไป 20 ซีซี ต่อ syringe เข้ากับสายยางให้อาหาร ใช้หูฟัง (Stethoscope) วางบริเวณลิ้นปี่ หรือใต้ชายโครงด้านซ้ายของผู้สูงอายุ ค่อยๆดันลมเข้าไป หากได้ยินเสียงลมแสดงว่าสายยางอยู่ในกระเพาะ หากไม่แน่ใจหรือไม่ได้ยินแสดงว่าสายไม่อยู่ในกระเพาะอาหาร
ตรวจสอบดูว่าผู้สูงอายุสามารถย่อยอาหารในมื้อก่อนหน้านั้นได้หมดหรือไม่ ดังนี้
7.1 พับสายให้อาหารเพื่อป้องกันอากาศเข้าไปในกระเพาะ
7.2 เปิดจุกบริเวณส่วนปลายของสายยางออก
7.3 นำ syringe 50 ซีซี ที่ใส่แกนใน (Plunger) ไว้แล้วต่อเข้ากับจุกสายยางให้อาหารแล้วค่อยๆดึงแกนใน (Plunger) ออกช้าๆ จนรู้สึกว่าตึงๆ ไม่สามารถดึงต่อได้ โดยประเมินดังนี้
ถ้าไม่มีอาหารหรือน้ำย่อย (Content) เหลือไม่เกิน 50 ซีซี ให้ดันอาหารกลับเข้าไปอย่างช้าๆ แล้วสามารถให้อาหารทางสายยางในมื้อนั้นได้
ถ้ามีอาหารหรือน้ำย่อย (Content) เหลือเกิน 50 ซีซี ให้ดันอาหารกลับเข้าอย่างช้าๆ ให้เลื่อนอาหารในมื้อนั้นออกไป 30-60 นาที แล้วค่อยกลับมาตรวจสอบดูอาหารหรือน้ำย่อย (Content) อีกครั้ง ถ้าไม่มีอาหารหรือน้ำย่อย แล้วสามารถให้อาหารได้ หากยังพบมีอาหารเหลือค้างพิจารณางดอาหารมื้อนั้น
เมื่อทดสอบแล้วสามารถให้อาหารทางสายยางในมื้อนั้นได้ ปฏิบัติดังนี้
8.1 ถอดแกนใน (Plunger) ออกจากตัว syringe แล้วต่อ syringe เข้ากับยางให้อาหารขณะเดียวกันยังคงพับสายยางให้อาหารอยู่ เพื่อป้องกันอากาศเข้าสู่กระเพาะให้อาหาร
8.2 ใช้มือข้างที่ถนัดจับ syringe โดยจับบริเวณช่วงต่อของจุกสายยางให้อาหารกับข้อต่อของ syringe เพื่อป้องกันสายให้อาหารและ syringe หลุดจากกัน
8.3 หันส่วนของขีดปริมาณบน syringe ให้ผู้ที่ให้อาหารสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
8.4 นำอาหารปั่นผสมที่เตรียมไว้เทลงไปใน syringe ครั้งละประมาณ 50 ซีซี ในแต่ละครั้งจนกว่าอาหารปั่นผสมจะหมด
8.5 ขณะที่ให้อาหารปั่นผสมนั้นให้ผู้ที่ให้อาหารยก syringe สูงกว่าระดับศีรษะประมาณ 1 ฟุต
8.6 การให้ค่อยๆ ปล่อยให้อาหารไหลลง เมื่ออาหารปั่นผสมใกล้หมด syringe ให้เติมอาหารปั่นผสมลงไปโดยปฏิบัติด้วยวิธีการเช่นเดิมจนกว่าอาหารปั่นผสมจะหมดเหยือกที่เตรียมไว้
8.7 ให้ยาหลังอาหารที่เตรียมไว้ (ถ้ามี) ลงไปแล้วเติมน้ำตาม 50 – 100 ซีซี เพื่อล้างอาหารและยา
8.8 ปล่อยให้น้ำที่เติมลงไปไหลลงจนสุดสาย โดยไม่ให้มีน้ำหรืออาหารเหลือคาสาย เนื่องจากจะทำให้เกิดการบูดเน่าได้
8.9 พับสายยางให้อาหารไว้ ปลด Syring ออกแล้วปิดจุกสายยางให้อาหาร
8.10 เก็บอุปกรณ์ในการให้อาหารทางสายยางทำความสะอาดแล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
8.11 ล้างมือให้สะอาด
8.12 ให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่าเดิม (ท่ายกศีรษะสูง) ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง จึงจะสามารถเปลี่ยนท่าผู้สูงอายุได้เพื่อป้องกันการสำลักหรืออาเจียน